เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
จากกรณีปัญหาการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ครั้งที่ผ่านมา ว่า วันที่ 31 พฤษภาคม จะเข้าพบคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ที่มีนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธาน เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในหนังสือได้นัดให้เข้าพบคณะกรรมการสอบสวน ไม่ได้ระบุว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นใด ฉะนั้น เข้าใจว่าทางคณะกรรมการสอบสวน น่าจะแจ้งประเด็นข้อกล่าวหาให้ทราบ เพื่อจะได้เตรียมชี้แจงในครั้งต่อไป
นายอภิชาติกล่าวว่า วันที่ 31 พฤษภาคม คณะกรรมการสอบสวนได้เชิญนายชินภัทรมารับทราบข้อกล่าวหาตามระเบียบเท่านั้น ยังไม่ได้ให้มาชี้แจง หรือขอเอกสารหลักฐานใดๆ เมื่อนายชินภัทรรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จึงจะเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือให้มาชี้แจง รวมถึงขอเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป
นายชอบ ลีชอ อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลการสอบครูผู้ช่วย กล่าวว่า การวิเคราะห์คะแนนกลุ่มที่สอบครูผู้ช่วยที่ได้คะแนน 80-90% จำนวน 104 ราย ที่ตอบข้อสอบข้อ 34 ผิดเช่นเดียวกับกลุ่ม 344 รายนั้น พบว่ามี 20 รายที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้าข่ายการทุจริตหรือไม่ เพราะคะแนนที่ได้ในแต่ละวิชาไม่สูงมาก เช่น ได้ 39, 40, 41 และ 42 คะแนน ซึ่งกำลังพยายามหาข้อพิสูจน์ของคะแนนดังกล่าว โดยดูการกระจายตัวของการกากระดาษคำตอบเปรียบเทียบกับเฉลยข้อสอบ รวมทั้ง การดูรูปแบบการกากระดาษคำตอบด้วย เพราะบางคนอาจจะใช้วิธีท่องจำคำตอบเข้าไป แต่อาจจะจำดูรูปแบบการกากระดาษคำตอบด้วย เพราะบางคนอาจจะใช้วิธีท่องจำคำตอบเข้าไป แต่อาจจะจำได้ไม่หมด ทั้งนี้ กลุ่ม 20 รายนี้ จะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนสรุปผล ส่วนที่เหลือ 84 ราย ค่อนข้างมั่นใจว่าเข้าข่ายทุจริตเช่นเดียวกับกลุ่ม 344 ราย ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปผลไปก่อนหน้านี้
นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สัมภาษณ์ภายหลังนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ เข้าพบ ว่า นายธานินทร์เข้าหารือเพื่อขอเอกสารการสอบสวนของคณะกรรมการชุดที่ตนเป็นประธานเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อมูลการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดีเอสไอจะนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อสอบสวน 344 ราย ในเร็วๆ นี้ เพื่อดำเนินคดีอาญา
จ.นครราชสีมา วันเดียวกัน อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ นครราชสีมา 5 เขต ประกอบด้วย เขต 2, 4, 5, 6 และ เขต 7 ได้ประชุมกันในแต่ละเขตพื้นที่ และทั้งหมดมีมติเพิกถอนบรรจุครูผู้ช่วย 29 รายแล้ว ส่วนอีก 19 ราย เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ นครราชสีมา เขต 1 จำนวน 11 ราย ซึ่งเลื่อนนัดไปประชุมลงมติกันอีกครั้งในวันที่ 7 มิถุนายน และอีก 8 ราย อยู่ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ นครราชสีมา เขต 3 เลื่อนนัดประชุม ไปลงมติวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เนื่องจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ อยู่กันไม่ครบองค์ประชุม
ผศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่มีรายชื่อทุจริตสอบครูผู้ช่วยตามที่ดีเอสไอระบุ ในความรับผิดของของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ นครราชสีมาเขต 7 มีอยู่ 10 ราย และได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยไปแล้ว 6 ราย ส่วนอีก 4 ราย เป็นครูอัตราจ้าง ที่ประชุมของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ นครราชสีมา เขต 7 ในมีมติเป็นเอกฉันท์ทั้ง 10 เสียง เห็นชอบให้สั่งเพิกถอนบรรจุครูผู้ช่วยทั้ง 6 ราย รวมทั้งแจ้งให้ยกเลิกสัญญาครูอัตราจ้างอีก 4 ราย ตามมติของ ก.ค.ศ. โดยจะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละแห่ง ดำเนินการทันทีภายในสัปดาห์นี้
ที่มา มติชน ฉบับวันที่ 1 มิ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)