ตามคาด อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ดึงเกมทำทีตรวจสอบทุจริตสอบครูผู้ช่วยไม่ทัน 15 วัน อ้างข้อมูลที่ส่วนกลางส่งมาให้ยังไม่เพียงพอ ไม่กล้าชี้ขาด กลัวโดนฟ้อง ขณะที่ "พงศ์เทพ" ยังนิ่ง ไม่ตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริงอีกชุด
ส่วนดีเอสไอเริ่มสอบปากคำ "ชินภัทร" วันที่ 2 เม.ย.นี้
ความคืบหน้าการตรวจสอบและเอาผิดขบวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดจะตั้งคณะกรรมการกลางมาสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวอีกชุด เพื่อทำงานคู่ขนานไปกับดีเอสไอ โดยจะนำคนกลางมาเป็นกรรมการสอบสวน เพราะต้องการลดข้อครหานั้น
วันที่ 1 เมษายน 2556 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการกลางว่า ตนยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว รวมถึงการหารือกับนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ถึงประเด็นนี้ เพราะที่ผ่านมาเห็นว่าดีเอสไอ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีนายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ยังทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนประเด็นที่ว่า หากมีการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงส่วนกลางของ สพฐ. จะทำให้การทำงานของดีเอสไอง่ายขึ้นหรือไม่นั้น คงต้องขอดูก่อนว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบหรือไม่ ถ้าพบว่ามีก็ต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ สพฐ. และคณะผู้บริหาร ก็รายงานให้ทราบโดยตลอดถึงขั้นตอนการดำเนินงานของ สพฐ.
ขณะที่นางเยาวลักษณ์ คงพูล ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ศรีสะเกษ เขต 3กล่าวว่า ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ฯ ของเขต ซึ่งจะมีการพิจารณากรณีนายภานุวัฒน์ ไชยวงค์ ผู้สอบบรรจุได้ แต่อยู่ในมติที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ส่งเรื่องมาให้พิจารณาเพิกถอนการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ทั้งนี้ ขณะนี้ข้อมูลตรวจสอบต่างๆ ที่ได้รับมาจากส่วนกลางมีเพียงคะแนนสอบเท่านั้น ส่วนข้อมูลอื่นๆ อาทิ ข้อมูลตรวจสอบจากดีเอสไอ เป็นต้น ก็ยังไม่ได้รับ
ดังนั้นตนจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะวินิจฉัย ว่านายภานุวัฒน์ทุจริตการสอบ ถึงแม้ข่าวที่ออกมาจะชัดเจนว่านายภานุวัฒน์ก่อการทุจริต แต่ทางเขตพื้นที่ฯ ได้ศึกษาแล้ว พบว่าข้อมูลที่จะพิจารณาตัดสินยังไม่เพียงพอ ถึงแม้จะมีการส่งข้อมูลกลุ่มผู้สอบทำคะแนนสูงผิดปกติมาให้ ก็คงไม่เพียงพอที่จะระบุว่าทุจริต และส่วนกรณีที่หลายๆ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ กลัวจะโดนฟ้องหากยกเลิกผลการสอบนั้น ตรงนี้ไม่ได้กลัวอะไรหากต้องประกาศยกเลิก
นายรังสรรค์ อ้วนวิจิตร ผอ.สพป. นครปฐม เขต 1 กล่าวว่า การประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ของตน ที่ประชุมได้หารือกรณีมติที่ประชุม ก.ค.ศ.ดังกล่าว แต่มีมติให้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก ก.ค.ศ. เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอต่อการตัดสิน เพราะขณะนี้มีเพียงคะแนนสอบที่ สพฐ.จัดส่งมาให้เท่านั้น ซึ่งข้อมูลนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่ามีความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนจะทำหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมไปยัง ก.ค.ศ.ภายในสัปดาห์นี้
ด้านนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริตของดีเอสไอ กล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ดีเอสไอได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วยเข้าให้ถ้อยคำ รายแรกคือ นายชินภัทร กำหนดเข้าให้ถ้อยคำวันที่ 2 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ส่วนวันที่ 3 เม.ย. คือ นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ สพฐ. และวันที่ 4 เม.ย. คือ นายไกร เกษทัน ผอ.สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อดีต ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำหรับประเด็นที่จะซักถามคือ ความเป็นมาในการจัดสอบครูผู้ช่วยเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงขั้นตอนการจัดสอบตั้งแต่ต้นไปจนถึงการประกาศผลสอบ และนอกจากผู้เกี่ยวข้อง 3 รายแล้ว ดีเอสไอจะทยอยพิจารณาเรียกบุคคลทุกส่วนที่มีหลักฐานความเชื่อมโยงว่าอาจเกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลทุกราย รวมถึงภาคเอกชน เช่น บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด เป็นต้น ซึ่งเป็นผู้จัดพิมพ์ข้อสอบด้วย ส่วนผู้เข้าสอบที่สอบได้คะแนนสูงผิดปกตินั้น ดีเอสไอจำเป็นต้องเรียกสอบปากคำทุกราย เพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนในการสอบเป็นรายบุคคล ว่ารายใดผิดปกติ รายใดไม่ผิดปกติ
ที่มา ไทยโพสต์