2 รมต.ศึกษาแจงขยับผู้บริหารสพฐ.พ้นเก้าอี้ต้องมีข้อมูลแน่น


วันนี้( 27 มี.ค.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบครูผู้ช่วยว่า ได้ให้ข้อพิจารณาไปกับนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่าควรพิจารณาให้รางวัลแก่ผู้ที่มาให้ข้อมูลการทุจริตสอบครูผู้ช่วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุดรธานี เขต 3 และ สพป.ยโสธร เขต 1 นอกจากนี้จะตั้งศูนย์อำนวยการสนับสนุนคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา โดยตั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทีมกฏหมาย เพื่อให้ข้อมูลและความช่วยเหลือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ขณะเดียวกันตนจะออกไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในพื้นที่ และจะเร่งรัดทำเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบภาพลักษณ์ครู ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหนี้สินให้ครู แต่กรณีนี้หากต้องเสียเงินเพื่อเข้ามาเป็นครู เมื่อเข้ามาเป็นครูแล้วก็จะเป็นหนี้ทันที

ต่อข้อถามว่า จะมีการพิจารณาย้ายเลขาธิการ กพฐ.ออกไปก่อนระหว่างที่มีการสอบสวนหรือไม่ นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องดูก่อน และจะต้องหารือกับ รมว.ศึกษาธิการ แต่โดยทั่วไปถ้ามีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ อาจจะมีผลต่อการสอบสวน ไม่สะดวก และผู้ใต้บังคับบัญชาอาจไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนั้นโดยหลักการจะมีการขอให้ขยับออกชั่วคราวระยะหนึ่ง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการพิจารณาโยกย้ายผู้บริหาร สพฐ. ในกรณีของการทุจริตสอบครูผู้ช่วยในเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ นั้น ต้องดูข้อมูลก่อนว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้บริหารบุคคลนั้นๆ หรือไม่ และต้องดูเป็นกรณีไป อีกทั้งตนก็ยังไม่ได้หารือกับนายเสริมศักดิ์ ที่มีข้อมูลในเรื่องนี้มากกว่าตนด้วย ส่วนที่มีผู้กังวลว่าการไม่มีการโยกย้ายผู้บริหารใน สพฐ. ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทำให้มีความเกรงใจนั้น ดีเอสไอเป็นหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม เวลาจะมาสอบสวนไม่ต้องเกรงใจใครอยู่แล้ว เว้นแต่ว่าการที่ดีเอสไอเข้ามาสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการแล้ว และบุคคลเหล่านั้นไม่กล้าให้ข้อมูลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ขอให้ใจเย็น เพราะขณะนี้มีคนส่งข้อมูลเข้ามาเป็นระยะๆ

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/education/193466